ไม่ได้มีแค่อินเดีย! ก่อนหน้านี้มี 10 ประเทศเคย ‘เปลี่ยนชื่อ’ มาแล้ว

  • Project: ไม่ได้มีแค่อินเดีย! ก่อนหน้านี้มี 10 ประเทศเคย ‘เปลี่ยนชื่อ’ มาแล้ว
  • Business Unit: Content

อยากรู้แต่ไม่มีเวลา อ่านแค่ตรงนี้พอ

รัฐบาลอินเดียส่งสัญญาณว่าอาจจะเปลี่ยนชื่อเป็น Bharat (ภารัต) และมีข่าวว่าปากีสถานก็อยากเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ‘อินเดีย’ แต่ก่อนหน้านี้มีหลายประเทศที่เปลี่ยนชื่อไปแล้วด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป รวมถึง Thailand (ที่คนต่างชาติยังสับสนกับ Taiwan มาจนถึงปัจจุบัน) ก็เปลี่ยนจาก ‘สยาม’ มาเป็น ‘ไทย’ หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 

ประเทศที่เคยเปลี่ยนชื่อทางการ (ในภาษาอังกฤษ) แม้จะมีจำนวนมากกว่า 10 ประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับหรือเปลี่ยนคำที่แสดง ‘ระบอบการปกครอง’ เช่น ไมโครนีเซีย ที่เพิ่งจะเปลี่ยนชื่อทางการแบบสดๆ ร้อนๆ ในปี 2023 คือเพิ่มเติมคำว่า ‘Federated States of’ เข้าไปหน้าชื่อ Micronesia ที่ใช้มาแต่เดิม

อย่างไรก็ดี มีอย่างน้อย 10 ประเทศที่เปลี่ยนชื่อทางการในภาษาอังกฤษ (และในภาษาถิ่น) โดยต่างออกไปจากเดิม พร้อมทั้งให้เหตุผลที่ชัดเจนกับประชาคมโลก ซึ่งมีทั้งเหตุผลด้านการ ‘รีแบรนด์’ ภาพลักษณ์ และบางประเทศก็อยากจะสื่อถึงรากเหง้าหรืออัตลักษณ์ของชาติให้มากกว่าเดิม

1. ตุรกี – ทูร์เคีย (Turkey – Türkiye)

เมื่อปี 2022 รัฐบาลตุรกีได้ประกาศเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ และได้ทำเอกสารชี้แจงต่อสมัชชาสหประชาชาติไปเรียบร้อย โดยประธานาธิบดีเรเจป ไทยิป แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdogan) อ้างอิงมติของประชาชนซึ่งเห็นชอบคำว่า Türkiye ในการเป็นตัวแทนและภาพสะท้อนอารยธรรมและอัตลักษณ์ของคนในประเทศได้ดีกว่าคำว่า Turkey (ซึ่งคนที่คุ้นชินกับภาษาอังกฤษก็จะคงรู้ว่าคำนี้หมายถึง ‘ไก่งวง’ ก็ได้เช่นกัน

2. ฮอลแลนด์ – เนเธอร์แลนด์ (Holland – Netherlands)

คนแทบจะทั่วโลกยังคุ้นกับการเรียกประเทศเนเธอร์แลนด์ว่าฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นชื่อเก่าแก่ แต่เมื่อปี 2020 รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ประกาศเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเพื่อ ‘รีแบรนด์’ ภาพลักษณ์ โดยสื่ออย่าง GQ India ระบุว่า ชื่อฮอลแลนด์มักถูกจดจำคู่กับย่าน ‘โคมแดง’ และคาเฟ่กัญชาในกรุงอัมสเตอร์ดัม ทางการจึงอยากจะทำให้คนทั่วโลกลืมภาพจำนั้นไป และพยายามขายภาพลักษณ์ความเป็นเมืองสมัยใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตให้คนพูดถึงมากกว่า

3. พม่า – เมียนมา (Burma – Myanmar)

อดีตรัฐบาลทหารพม่าเปลี่ยนชื่อทางการของประเทศในภาษาอังกฤษจาก Burma เป็น Myanmar เมื่อปี 1989 ซึ่งชาวต่างชาติมองว่าเป็นความพยายามจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ที่อื้อฉาว หลังเกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนและนักศึกษาลุกฮือประท้วงขับไล่รัฐบาลเผด็จการในเดือนสิงหาคม 1988 ซึ่งฝ่ายรัฐบาลมีการใช้กำลังอาวุธปราบปรามและจับกุมผู้ประท้วงจำนวนมาก ทั้งยังทำให้ ‘อองซานซูจี’ ลูกสาวของอดีตนายพลผู้นำการต่อสู้เพื่อปลดแอกจากการเป็นอาณานิคม กลายเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มาจนถึงปัจจุบัน 

4. สวาซิแลนด์ – เอสวาตินี (Swaziland – Eswatini)

ดินแดนแห่งนี้อยู่ในทวีปแอฟริกาใต้ และยังเป็น ‘ราชอาณาจักร’ หรือ Kingdom เพราะถูกปกครองด้วยระบอบกษัตริย์มาจนถึงปัจจุบัน และในปี 2018 กษัตริย์แห่งสวาซิแลนด์ได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น ‘เอสวาตินี’ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเลี่ยงความสับสนระหว่าง ‘สวาซิแลนด์’ กับประเทศ ‘สวิตเซอร์แลนด์’ 

5. สาธารณรัฐเช็ก – เช็กเกีย (Czech Republic – Czechia)

ชื่อทางการในภาษาอังกฤษของสาธารณรัฐเช็ก คือ Czech Republic แต่คนส่วนใหญ่เรียกชื่อประเทศตัวเองแบบไม่เป็นทางการว่า Czechia (เช็กเกีย) ทำให้รัฐบาลประกาศในปี 2016 ว่าชื่อประเทศนั้นสามารถเรียกได้ทั้งสองแบบ แต่ในระยะหลังดูเหมือนคำว่า ‘เช็กเกีย’ จะได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนมากกว่า และในยุค 1990’s ที่เช็กเกียเพิ่งแยกตัวจากสโลวาเกีย ก็เคยมีความคิดจะเรียกชื่อประเทศว่า ‘โบฮีเมีย’ Bohemia แต่ตอนหลังก็ตกลงใช้คำว่า เช็กเกีย หรือ สาธารณรัฐเช็ก แทน

6. ซีลอน – ศรีลังกา (Ceylon – Sri Lanka)

ที่จริงชื่อ ‘ซีลอน’ หรือ Ceylon ในภาษาอังกฤษ มาจากรากศัพท์ของคำว่า Ceilão ในภาษาโปรตุเกส ซึ่งเดิมเป็นเจ้าอาณานิคมของดินแดนแห่งนี้ ก่อนที่จะตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และแม้จะมีการประกาศอิสรภาพในปี 1948 แต่ก็ยังใช้ชื่อประเทศว่า Dominion of Ceylon อยู่นาน จนกระทั่งในปี 2011 รัฐบาลขณะนั้นได้ประกาศยกเลิกชื่อ Ceylon และ Ceilão ในเอกสารทางราชการอย่างเป็นทางการ และเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Sri Lanka (ศรีลังกา) เพียงอย่างเดียว โดยมีนักประวัติศาสตร์มองว่านี่คือความต้องการลบล้างอดีตยุคอาณานิคมให้หมดไป

7. กัมพูชา – แคมโบเดีย (Kampuchea – Cambodia)

สำหรับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ คนไทยจำนวนมากคุ้นเคยที่จะเรียกว่า ‘เขมร’ หรือ ‘ขแมร์’ แต่ชื่อประเทศอย่างเป็นทางการนั้นถูกเปลี่ยนมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็ล้วนเกี่ยวโยงกับคณะผู้ปกครองประเทศ เพราะช่วงปี 1953-1970 ใช้ชื่อว่า Kingdom of Cambodia ซึ่งภาษาไทยจะแปลว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อสะท้อนระบอบการปกครองที่มีกษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

ขณะที่ปี 1975-1979 ประเทศนี้ตกอยู่ใต้การปกครองของระบอบเขมรแดง ก็เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น Khmer Republic (สาธารณรัฐเขมร) และในปี 1989-1993 ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมาธิการด้านการเปลี่ยนผ่านประเทศของสหประชาชาติ ก็มีชื่อเรียกว่า State of Cambodia (รัฐแคมโบเดีย) และหลังจากปี 1993 เป็นต้นมา มีคำอธิบายทางรัฐศาสตร์ว่ากัมพูชาปกครองด้วยระบอบ ‘ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ’ เพราะมีการรื้อฟื้นสถาบันกษัตริย์ จึงกลับมาใช้ชื่อทางการในภาษาอังกฤษว่า Kingdom of Cambodia เหมือนเดิม

8. ซาอีร์ – ดีอาร์คองโก (Zaire – Democratic Republic of Congo)

แต่เดิม ซาอีร์ (Zaire) ในแอฟริกากลาง เป็นอาณานิคมของจักรวรรดิตะวันตกหลายชาติ และปัจจุบันก็ยังใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ แต่การเปลี่ยนชื่อจากจากซาอีร์ เป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of Congo หรือ DR Congo) เริ่มต้นในปี 1997 หลังสิ้นสุดยุครัฐบาลเผด็จการที่ครองอำนาจมานานนับสิบปี 

9. เปอร์เซีย – อิหร่าน (Persia – Iran)

ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณ แต่ในปี 1935 ‘เรซา ชาห์’ กษัตริย์พระองค์ใหม่ในขณะนั้น ได้สั่งเปลี่ยนชื่อประเทศในภาษาอังกฤษ จาก Persia เป็น Iran ซึ่งมีรากศัพท์จากคำว่า Arya ที่หมายถึงดินแดนแห่งอารยัน (Land of the Aryans) เพื่อสร้างหมุดหมายแห่งรัชกาลใหม่ แต่หลังจากเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองล้มราชวงศ์ช่วงปี 1978-1979 คณะผู้ปกครองก็ยังคงใช้คำว่า Iran ในเอกสารราชการมาจนถึงปัจจุบัน

10. สยาม – ไทย (Siam – Thailand)

อาณาจักร ‘สยาม’ ในอดีต ถูกประกาศชื่อว่าเป็น ‘ราชอาณาจักรไทย’ หรือ Kingdom of Thailand ในปี 1939 (พ.ศ. 2482) หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ได้ไม่กี่ปี โดยคำว่า ‘ไทย’ นี้ถูกสื่อต่างประเทศระบุว่าเป็นการสะท้อนความเป็นเอกภาพและอิสรภาพของคนในชาติ ซึ่งสามารถอยู่รอดปลอดภัยโดยไม่ตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกเหมือนประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้