ผู้เชี่ยวชาญแนะ หากพูดขอโทษ​ ไม่ควรมีคำว่า ‘ถ้า’ หรือ ‘แต่’ เพราะมันดูเสแสร้ง และไม่จริงใจ

  • Project: ผู้เชี่ยวชาญแนะ หากพูดขอโทษ​ ไม่ควรมีคำว่า ‘ถ้า’ หรือ ‘แต่’ เพราะมันดูเสแสร้ง และไม่จริงใจ
  • Business Unit: Content

ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบใด ไม่มีทางที่จะมีความคิดเห็นตรงกันทุกเรื่อง ทำให้มีการทะเลาะ หรือผิดใจกันบ้าง ซึ่งเมื่อไหร่ที่ต่างคนต่างรู้ว่าทำผิด ควรรู้จักที่จะ ‘ขอโทษ’ เพราะการขอโทษเป็นเครื่องมือที่คนเราใช้ เพื่อปรับความเข้าใจ และรักษาสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกันไว้

โดยการกล่าวคำขอโทษ มีหลากหลายรูปแบบ ขณะเดียวมันจะมีความหมายกับคนฟัง ก็ต่อเมื่อพูดออกไปด้วยความจริงใจ รู้สึกสำนึกผิดจริงๆ ไม่ใช่การพูดออกไปอย่างนั้น และควรบอกให้ชัดเจนเลยว่าจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำผิดพลาดไปอย่างไร 

ซึ่งไม่นานมานี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารได้ออกมากล่าวถึงแง่บวกของการรู้จักขอโทษว่า การขอโทษอย่างแท้จริง สามารถสร้างความมหัศจรรย์ให้กับตัวเอง และผู้อื่นได้ ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศที่วุ่นวาย สับสน ให้กลายเป็นช่วงเวลาล้ำค่าขึ้นมา 

พร้อมกับให้คำแนะนำว่า การพูดขอโทษที่ดี ควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้คำ 2 คำ นั่นก็คือคำว่า ‘ถ้า’ หรือ ‘แต่’ เนื่องจากการพูดด้วยคำเหล่านี้ มันดูเหมือนเสแสร้ง และไม่จริงใจ

แล้วเหตุผลอะไร? การขอโทษถึงไม่ควรมีคำว่า ถ้า หรือ แต่ 

การใช้คำว่า ถ้า สามารถสะท้อนว่าคุณไม่ตระหนักถึงความผิดที่เกิดขึ้น เพราะเวลาขอโทษแล้วเลือกใช้คำดังกล่าว เหมือนเป็นการแก้ตัว เพื่อให้คำขอโทษดูดีขึ้น ขณะเดียวกันมันยังเป็นการตั้งคำถามถึงปฏิกิริยาของผู้ฟังต่อคำขอโทษของคุณ แทนที่จะพูดถึงความผิดพลาดของตัวเอง 

ที่แย่ไปกว่านั้น เมื่อพูดคำขอโทษแล้วมีคำว่าถ้า เหมือนคุณพยายามที่จะปัดความรับผิดชอบออกไป หรือโยนความผิด ยกตัวอย่างเช่น “ฉันขอโทษ ถ้ามันไปสร้างบาดแผลในจิตใจเธอ จนเธอมองไม่เห็นว่าการกระทำของเธอมันก็เกินไปด้วย”

และแม้จะลองตีความอธิบายใหม่ แบบใจกว้างแล้วก็ตาม แต่มันยังคงเป็นการขอโทษที่ดูเป็นความอยากรู้อยากเห็น เสียมากกว่าการรับรู้ถึงความผิดของตัวเอง

ส่วนอีกคำว่าคือ แต่ คำนี้สะท้อนถึงการที่คุณไม่รับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดพลาดของตัวเอง ลองนึกภาพตามง่ายๆ “ฉันขอโทษ แต่….” มันทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าไม่ใช่แค่คุณกำลังพยายาม ‘หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ’ เพียงเท่านั้น แต่ยังเหมือนคุณกำลังจะพูดถึง ‘ความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น’ อีก

ยกตัวอย่าง เช่น หากคุณพูดว่า “ฉันขอโทษ แต่เพราะฉันมีเรื่องทุกข์ใจในตอนเช้า” คนฟัง หรืออีกฝ่ายอาจสงสัยว่าถ้าหากคุณเจอเรื่องทุกข์ใจเแบบนี้อีกครั้ง คุณจะทำพฤติกรรมซ้ำอีกหรือไม่ 

รวมถึงประโยคสุดจะคลาสสิกอย่าง “ฉันขอโทษ แต่ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น” มันแสดงถึงความพยายามที่จะแก้ตัว เวลาที่ตัวเองทำผิดได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี การพูดขอโทษที่อาจจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกแย่น้อยลง คือการอธิบาย หรือคิดให้ดีก่อนพูด อาจจะพยายามบอกถึงสิ่งที่คุณกำลังต้องเผชิญหน้า หรือมีปัญหายากลำบากอะไรที่กำลังประสบอยู่บ้าง ที่สำคัญก่อนที่จะพูดคำขอโทษควรคิดคำอธิบาย หรือคิดให้ดีก่อนพูด เพื่อแสดงถึงความรู้สึกยอมรับผิดต่อการกระทำนั้นๆ ที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก 

พร้อมกับการรู้จักขอโทษ ยังต้องรู้จักปรับตัว และเรียนรู้จากสิ่งที่ทำผิดพลาดด้วย ถึงแม้บางครั้งคำขอโทษที่จริงใจ อาจไม่สามารถทำให้สิ่งที่สูญเสียไปกลับมาเหมือนเดิมได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยเยียวยาความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ไม่มากก็น้อยนะ 

อ้างอิง

  • cnbc. Never use these 2 words when giving an apology—they make you sound ‘fake and insincere,’ say experts. https://cnb.cx/3zxAkC3