90 ปีผ่านไปก็ยังไม่เจอ! ทีมค้นหาสัตว์ประหลาดในล็อกเนสส์ยังไม่ท้อ แม้ปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ล่าสุดไม่คืบหน้า

  • Project: 90 ปีผ่านไปก็ยังไม่เจอ! ทีมค้นหาสัตว์ประหลาดในล็อกเนสส์ยังไม่ท้อ แม้ปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ล่าสุดไม่คืบหน้า
  • Business Unit: Content

12 พฤศจิกายน 2023 ถือเป็นวันครบรอบ 90 ปี ของภาพถ่ายติดสัตว์ประหลาดที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันในนาม ‘เนสซี’ (Nessi) ภาพแรก โดยเป็นภาพที่ถ่ายโดย ฮิวจ์ เกรย์ (Huge Gray) ชายหนุ่มที่กำลังเดินอยู่ริมทะเลสาบ ‘ล็อกเนสส์’ (Loch Ness) ในสกอตแลนด์ โดยเขาให้การว่าสังเกตเห็นรูปร่างของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ว่ายอยู่ในน้ำ จึงได้ถ่ายรูปไว้ ซึ่งภาพดังกล่าวแม้จะเป็นภาพอันพร่ามัวแต่ก็พอมองเห็นถึงสัณฐานของสิ่งมีชีวิตคล้ายไดโนเสาร์คอยาว และภาพนี้ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักกับทฤษฎีเรื่องสัตว์ประหลาดแห่งล็อกเนสส์

หลังจากภาพดังกล่าวนี้ถูกปล่อยออกมา ก็มีรายงานจากผู้คนอีกมากมายที่อ้างว่าตนเองพบเห็นเจ้าเนสซี รวมไปถึงมีการถ่ายภาพติดส่วนหัวของเจ้าเนสซีอีกครั้งในปี 1934 โดย โรเบิร์ต เคนเน็ธ วิลสัน (Robert Kenneth Wilson) ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการถ่ายติดภาพสัตว์ประหลาดล็อกเนสส์ที่ชัดที่สุดตั้งแต่เคยมีมา (แต่ภายหลังพบว่าภาพดังกล่าวเป็นเพียงการจัดฉาก) จนก่อให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ Loch Ness Fever ที่ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีทั้งภาครัฐและเอกชนจากทั่วโลกหลั่งไหลมายังทะเลสาบแห่งนี้เพื่อพิสูจน์ว่า ‘เนสซี’ มีอยู่จริงหรือไม่ 

และเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 ผู้คนจำนวนกว่า 200 ชีวิตที่เชื่อในตำนานดังกล่าวก็ได้รวมตัวกันบริเวณทะเลสาบล็อกเนสส์ เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการการค้นหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ศูนย์ล็อกเนสส์ (The Loch Ness Centre) ในเมืองดรัมนาดรอคิตและคณะอาสาสมัครนาม ล็อกเนสส์ เอ็กซ์พลอเรชัน (The Loch Ness Exploration) โดยมีการระดมสรรพกำลังและเทคโนโลยีในปฏิบัติการดังกล่าวอย่างการใช้โดรนที่ติดตั้งกล้องอินฟราเรดบินสำรวจครอบคลุมทั่วทะเลสาบ และการใช้อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณใต้น้ำในการค้นหา อย่างไรก็ตาม ทีมค้นหาก็ยังคงคว้าน้ำเหลวเหมือนกับปฏิบัติการทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากไม่พบหลักฐานที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าเจ้าเนสซีมีชีวิตอยู่จริงในทะเลสาบล็อกเนสส์หรือไม่  

อลัน แมกเคนนา (Alan Mckenna) หนึ่งในหัวหน้าทีมค้นหาดังกล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาใช้เวลากว่า 3 ปี ในการค้นหาสัตว์ประหลาดตัวนี้ แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไร กระนั้นเขาก็หวังว่า เจ้าเนสซีจะมีอยู่จริง เนื่องจากเป็นตำนานที่เขาคลั่งไคล้อย่างมากมาตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้ ทีมงาน Loch Ness Centre ยังยืนยันกับสื่อว่า พวกเขาคาดหวังให้ปฏิบัติการค้นหาเนสซีกลายเป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นทุกเดือนสิงหาคม เพื่อกระตุ้นให้มีการสนับสนุนการลงทุนด้านการวิจัยและเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เพราะถึงแม้จะไม่พบสัตว์ประหลาด แต่ก็มีโอกาสในการศึกษาทะเลสาบในด้านอื่น เช่นมิติทางชีววิทยาและภูมิศาสตร์

อลันยังเสริมว่า แม้จะไม่มีหลักฐานการมีอยู่ของเนสซีในทะเลสาบที่ชัดเจน แต่ทะเลสาบล็อกเนสส์ก็ไม่ใช่ทะเลสาบธรรมดาทั่วไป แต่เป็นทะเลสาบที่มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมากมายที่ไม่เหมือนกับที่อื่น อย่างเช่น การที่น้ำในทะเลสาบไม่เคยจับตัวเป็นน้ำแข็งเลยในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์ชั้นเทอร์โมไคลน์ หรือชั้นกั้นน้ำอุ่น-น้ำเย็น ที่ส่งผลให้น้ำเย็นจมลงด้านล่างและน้ำอุ่นเข้ามาแทนที่ด้านบน และการสลับกันของชั้นน้ำที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันเช่นนี้ ยังก่อให้เกิดคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่ สร้างพื้นผิวน้ำที่สามารถทำให้ท่อนซุงขนาดใหญ่ลอยทวนกระแสน้ำได้อีกด้วย

อ้างอิง