‘เพราะประตูมีช่องว่าง แสงจึงยังลอดผ่านเข้ามาได้’ ทำความรู้จัก ‘มะ’ แนวคิดที่บอกว่า การอยู่ว่างๆ ก็ไม่ได้ไร้ค่าเสมอไป

  • Project: ‘เพราะประตูมีช่องว่าง แสงจึงยังลอดผ่านเข้ามาได้’ ทำความรู้จัก ‘มะ’ แนวคิดที่บอกว่า การอยู่ว่างๆ ก็ไม่ได้ไร้ค่าเสมอไป
  • Business Unit: Content

การอยู่ในสังคมที่บอกให้เราต้องประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด อาจทำให้หลายๆ คนต้องขวนขวายหาสิ่งต่างๆ จนลืมพักผ่อน หรือบางครั้งก็เร่งรัดตนเองจนรู้ตัวอีกทีก็มีแต่ความเครียดรุมล้อม ในญี่ปุ่นกลับมีแนวคิดหนึ่งที่ชวนให้เราหยุดอยู่นิ่งๆ กับความว่างเปล่าของเวลาชั่วขณะ เพื่อให้เราได้เชื่อมโยงกับความงดงามของสิ่งรอบข้างและตนเอง

แนวคิดนี้มาจากคำว่า ‘มะ’ (間) ที่แปลความหมายได้ว่า ‘ช่องว่างระหว่าง’ โดยหมายถึงพื้นที่ว่างในเวลาหรืออากาศ มันอาจจะเป็นพื้นที่ว่างระหว่างสิ่งของสองสิ่ง การเว้นวรรคระหว่างบรรทัด หรือการหยุดอยู่นิ่งๆ ขณะทำบางอย่าง

โดย ‘มะ’ มีหน้าที่ทำให้สิ่งของที่อยู่ระหว่างมันโดดเด่น เห็นได้จาก ตัวคันจิของมัน ‘間’ ที่เป็นสัญลักษณ์ผสมระหว่างตัวอักษร ‘門’ ที่แปลได้ว่าประตู’ และ ตัวอักษร ‘日’ ที่แปลได้ว่า ‘ดวงอาทิตย์’ ที่เมื่อรวมกันเเล้วจะให้ภาพของประตูที่มีแสงแดดสาดส่องเข้ามาแล้วขจัดความมืดมิดที่อยู่ข้างใน การที่แสงสาดส่องเข้ามาได้นั้นไม่ใช่เพราะประตูเป็นประตู แต่เพราะประตูมีพื้นที่ว่างตรงกลางต่างหาก พื้นที่ว่างตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ประตูเป็นสิ่งที่มีคุณค่า

ความว่างตามคอนเซ็ปต์ของ ‘มะ’ ไม่เพียงปรากฏเป็นพื้นที่เชิงกายภาพ มันยังเป็นแนวคิดที่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต ผ่านการสอนให้ผู้คนได้ ‘หยุดพัก’ และ ‘อยู่นิ่งๆ’ ในความว่างเปล่า โดยเชื่อว่า สภาวะหยุดนิ่งคือสุนทรียภาพประเภทหนึ่ง ที่ทำให้ผู้คนมองเห็นถึงคุณค่าในการดำรงอยู่ของตนเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ 

มากไปกว่านั้น ‘มะ’ ยังเป็นแก่นสำคัญของวัฒนธรรมความมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น อย่างการปูพื้นห้องด้วย ‘เสื่อตาตามิ’ ผืนใหญ่โดยไม่ตกแต่งสิ่งใดๆ เพิ่มเติม หรือการจัดห้องรับแขกแบบ ‘โทโกะโนมะ’ ที่จะดีไซน์ให้มีวัตถุหนึ่งอยู่ตรงกลางห้องโดยไม่มีสิ่งใดบดบังเพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้ซึมซับถึงสุนทรียภาพและความงดงามของวัตถุดังกล่าว นอกจากนี้ ‘มะ’ ยังส่งผลต่อวัฒนธรรมการจัดดอกไม้แบบ ‘อิเคบานะ’ ที่มีปรัชญาว่า พื้นที่ว่างรอบๆดอกไม้นั้นมีความสำคัญเท่ากับดอกไม้ที่อยู่ตรงกลาาง และความงามจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราบาลานซ์ระหว่างสองสิ่งได้อย่างลงตัว 

ไม่ว่า ‘มะ’ จะถูกใช้ในแง่มุมใด หัวใจสำคัญของมันก็คือ การส่งต่อสุนทรียภาพจากความว่างเปล่า บางครั้งการหยุดพักชั่วขณะระหว่างทำงาน ความเงียบงันในบทสนทนา และการพักจิบชาในยามบ่าย ก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เข้าไปสัมผัสกับความงดงามของชีวิตที่ดำเนินอยู่ทุกขณะ   

อ้างอิง