‘ฮิคิโคโมริ’ (Hikikomori) เพราะทนแรงกดดันจากสังคมไม่ไหว เลยขอเลือกเก็บตัวอยู่แต่บ้าน ไม่ออกไปไหน

  • Project: ‘ฮิคิโคโมริ’ (Hikikomori) เพราะทนแรงกดดันจากสังคมไม่ไหว เลยขอเลือกเก็บตัวอยู่แต่บ้าน ไม่ออกไปไหน
  • Business Unit: Content

จากพอดแคสต์ ‘ด้วยรักและปรัชญา EP4. Introvert เป็นโดยกำเนิด หรือเพราะสังคมบีบบังคับ’ อาจารย์แก้วได้พูดถึงภาวะหนึ่งที่เรียกว่า ‘ฮิคิโคโมริ’ (Hikikomori) หรือ การแยกตัวออกจากสังคมของคนญี่ปุ่น วันนี้ MOODY เลยอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักภาวะนี้กัน

ทำความรู้จักภาวะฮิคิโคโมริ (Hikikomori)

แต่ก่อนอื่นต้องทำความใจว่า ฮิคิโคโมริ ไม่ใช่คำที่บ่งบอกถึงบุคลิกภาพอย่าง อินโทรเวิร์ต หรือ โลกส่วนตัวสูง แต่ในญี่ปุ่นถือว่าเป็นสภาวะทางจิตใจชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น หรือวัยทำงานที่จู่ๆ ก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยเฉพาะในห้องตัวเอง ไม่ไปโรงเรียน ไม่ออกข้างนอก ไม่ไปทำงานเป็นเวลานาน อาจหลายเดือนหรือกลายเป็นปี หากใครที่เป็นแฟนมังงะ หรืออนิเมะญี่ปุ่นอาจนึกภาพออกเพราะมักจะมีตัวละครลักษณะนี้อยู่บ้าง

ซึ่งภาวะนี้เริ่มเกิดในญี่ปุ่นช่วงทศวรรษที่ 1990 ขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความย่ำแย่ทางเศรษฐกิจ ทำให้วัยรุ่นจำนวนมากไม่สามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้ จึงเกิดการหนีหน้าสังคมเพื่อซ่อนความอับอายที่มีต่อตัวเอง ต่อมาในปี 1998 จึงถูกบัญญัติคำขึ้นว่า ‘ฮิคิโคโมริ’ โดย ศาสตราจารย์ทามากิ ไซโตะ จิตแพทย์ชาวญี่ปุ่น เพื่อใช้นิยามอาการของคนหนุ่มสาวที่ไม่เข้าเกณฑ์สำหรับการวินิจฉัยสุขภาพจิตในตอนนั้น แต่กลับมีภาวะแยกตัวออกจากสังคมอย่างชัดเจน

แต่ปัจจุบันภาวะฮิคิโคโมริ ไม่ได้ใช้เฉพาะในสังคมญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังแพร่หลายในประเทศอื่นอีกด้วย เพื่อร่วมกันศึกษาและทำให้เป็นโรคทางจิตวิทยาอย่างเป็นทางการ

ภาวะฮิคิโคโมริ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นปรากฏการณ์สุขภาพจิตหนึ่งที่ได้รับผลกระทบมาจากครอบครัว สังคม และวัฒนธรรม อันเกิดจากปัญหาความสัมพันธ์ ความไม่มั่นคงในจิตใจ หรือความผิดหวังขั้นรุนแรง เช่น ปัญหาครอบครัว สอบตกในการสอบครั้งสำคัญ หรือไม่ได้งานที่รัก หรือในบางรายก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ แค่จู่ๆ ก็ไม่อยากออกไปพบเจอสังคมภายนอกเลยเลือกที่จะเก็บตัวอยู่แต่ในพื้นที่ของตัวเอง

โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่ผู้คนมักถูกกดดันจากคุณค่าทางสังคมอย่างมาก รวมถึงมีความหวาดกลัวต่อความอับอายทางสังคม ทำให้ชาวฮิคิโคโมริหลีกเลี่ยงความชอกช้ำจากการถูกตีตราทางสังคมด้วยการหายไปจากสังคมเสียเลย ซึ่งอาจมีอาการบางอย่างที่ใกล้เคียงกับโรคซึมเศร้า แต่นอกเหนือจากพฤติกรรมการแยกออกมาจากสังคมแล้วยังมีการแสดงออกทางจิตใจสุดขั้วอีกด้วย คือ การไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใครเลย แต่ก็มีชาวฮิคิโคโมริ ประเภทที่สามารถจัดการธุระบางอย่างภายนอกได้ เรียกว่า โซโตโคโมริ (soto-komori) หรือบางกลุ่มอาจใช้อินเทอร์เน็ตเป็นหนทางในการท่องโลก แต่พวกเขายังคงคอนเซ็ปต์ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใครอีกอยู่ดี

วิธีรักษาหากมีภาวะฮิคิโคโมริ (Hikikomori)

หนทางการรักษาคนที่มีภาวะฮิคิโคโมริ ส่วนใหญ่มักเป็นกิจกรรมบำบัดทางกายด้วยการปรับปรุงการมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้สามารถกลับเข้าสังคมได้อีกครั้ง รวมถึง หาวิธีแสดงความสามารถและพรสวรรค์ของตัวเอง ตัวอย่างเช่น ศิลปินชาวญี่ปุ่น Atsushi Watanabe ที่ใช้ศิลปะและการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อช่วยให้เขาหายจากโรคฮิคิโคโมริ

อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่า การอยู่คนเดียวนั้นมีหลายประเภท และมีระดับแตกต่างกันแค่ไหน ทั้งอินโทรเวิร์ตที่มีความสุขในการชาร์จพลังจากการอยู่คนเดียว คนที่โลกส่วนตัวสูงคือมีขอบเขตชัดเจนว่าตรงนี้คือขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ของฉัน คนที่รักสันโดษ ชอบปลีกวิเวก ไม่ได้หมายความว่าจะเกลียดหรือต่อต้านสังคมเหมือนกับฮิคิโคโมริที่เกิดจากความเจ็บช้ำทางสังคม และต้องได้รับความช่วยเหลือ

หากสังเกตว่ามีคนรอบข้างหายหน้าหายตาไปจากคุณเป็นเวลานาน อย่าลืมหาโอกาสติดต่อ เชื่อมความสัมพันธ์กับพวกเขาดูว่าพวกเขายังสบายดีอยู่หรือเปล่า เพราะทุกคนย่อมรู้ดีว่าความโดดเดี่ยวมันทรมานแค่ไหน

สามารถฟัง ด้วยรักและปรัชญา EP.4 | Introvert เป็นโดยกำเนิด หรือเพราะสังคมบีบบังคับ ได้ที่:
YouTube: https://youtu.be/WjixoCVmDbM
Apple Podcasts: https://bit.ly/3N70rHE
Spotify: https://bit.ly/42iznJW

อ้างอิง:
Hikikomori: understanding the people who choose to live in extreme isolation
Hikikomori, A Japanese Culture-Bound Syndrome of Social Withdrawal? A Proposal for DSM-V

BrandThink: Hybrid Content Creator
สนใจติดต่อลงโฆษณา pr@brandthink.me
ดูตัวอย่างงาน Content Creation จาก BrandThink ได้ที่: https://brandthinkmedia.me/always-on-content/
ดูผลงานบทความและวิดีโอทั้งหมดของ https://www.brandthink.me/