เจาะความสำเร็จ JASPAL GROUP เจ้าของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย สู่นำธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์แห่งอาเซียน

  • Project: เจาะความสำเร็จ JASPAL GROUP เจ้าของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย สู่นำธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์แห่งอาเซียน
  • Business Unit: Content Agency

ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจสินค้าแฟชั่น ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำมาเป็นระยะเวลากว่า 70 ปี อีกทั้งบุคลากรที่มีความสามารถ ความเข้าใจในอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่เล็งเห็นเทรนด์ความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและอุตสาหกรรม ทำให้ในปัจจุบันทาง JASPAL GROUP กำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับอาเซียน

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบ จัดหาสินค้า เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ด้านแฟชั่นของผู้คนแบบไม่หยุดนิ่ง ขณะเดียวกันมีการบริการจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่เองที่ถือเป็นแนวทางการดำเนินองค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้า สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงการแฟชั่นระดับโลก

ซึ่งธุรกิจหลักๆ ของ JASPAL GROUP นั้นจะประกอบด้วย 2 กลุ่ม ดังนี้

 กลุ่มแรกคือ ‘ธุรกิจสินค้าแฟชั่น’ เป็นธุรกิจผลิต จัดหา และจัดจำหน่ายสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม มีความทันสมัยและหลากหลาย  ทั้งกลุ่ม In-House Brand และ ImportBrand โดยมีทั้งหมด 19 แบรนด์ เช่น JASPAL, MISTY MYNX, CC DOUBLE O, CPS CHAPS, LYN, lyn around, FRED PERRY, DIESEL, Superdry 

 ส่วนกลุ่มสองคือ ‘ธุรกิจที่นอนและเครื่องนอน’ เป็นธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายที่นอน เครื่องนอน ของตกแต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ ภายใต้บริษัท ยัสปาล แอนด์ ซันส์ จำกัด (Jaspal & Sons) มีอยู่ทั้งหมด 6 แบรนด์ เช่น SANTAS, SANTAS HOME, STEVENS, Sealy, TEMPUR และ ETHAN ALLEN

 สำหรับความน่าสนใจที่ทำให้ธุรกิจภายใต้ JASPAL GROUP ทั้งกลุ่ม In-House Brand และ Import Brand สามารถประสบความสำเร็จมากขนาดนี้ หนีไม่พ้นเรื่อง ‘กลยุทธ์การวางแบรนด์’ ตั้งแต่การนำเสนอสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นที่แต่ละแบรนด์จะมี Positioning เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน แต่เมื่อรวมกันทั้งกรุ๊ป จะเห็นภาพได้ชัดเจนว่า แบรนด์ต่าง ๆ ของ JASPALGROUP สามารถตอบสนองความต้องการผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม

ตัวอย่างในกลุ่ม In-House Brand ภายใต้ธุรกิจสินค้าแฟชั่น เช่น แบรนด์ CPS CHAPS กับดีไซน์สุดเท่ ที่โดดเด่นภายใต้คอนเซ็ปต์ “CREATIVITY. PASSION. SELF” เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์

ในขณะที่แบรนด์ CC DOUBLE O เป็นเสื้อผ้าสไตล์ American Casual 

หรือ MISTY MYNX เป็นแบรนด์แฟชั่นสำหรับหญิงสาวยุคใหม่ที่เชื่อมั่นใน Female Empowerment มีอิสรภาพทางความคิด กล้าแสดงออก เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ซึ่งก็จะแตกต่างไปจากแฟชั่นของแบรนด์ lyn around ที่นำเสนอความเป็นผู้หญิงที่มีชีวิตชีวา อ่อนหวาน หรูหรา ผ่านการออกแบบด้วยลายพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์

 นอกจากนี้ JASPAL GROUP ยังบริหารแบรนด์ของสินค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพื่อจัดจำหน่ายในประเทศต่างๆ ภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในรูปแบบตัวแทนจำหน่าย หรือ Import Brand อาทิ DIESEL, ASICS, melissa, FRED PERRY  ซึ่งเป็นการขยายแบรนด์ พอร์ทโฟลิโอ และประเภทของสินค้าได้อย่างรวดเร็ว สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ รวมถึงตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภค และกระแสนิยมต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย

นอกจากแบรนด์ที่หลากหลายแล้ว JASPAL GROUP ยังขยายจุดจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยร้านค้าของธุรกิจสินค้าแฟชั่น ที่นอนและเครื่องนอนของแบรนด์ต่างๆ ก็จะตั้งอยู่ในภายในห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้าชั้นนำกว่า 888 สาขาในประเทศ

รวมไปถึงการขยายสาขาไปยังต่างประเทศ โดยปัจจุบัน JASPAL GROUP มีสาขาของธุรกิจสินค้าแฟชั่นในประเทศเวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย จำนวน 82 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566)

ทั้งนี้ มีแผนจะขยายธุรกิจเข้าไปยังประเทศฟิลิปปินส์ต่อไป ซึ่งนับเป็นประเทศที่มีแนวโน้มตลาดเติบโตสูง

รวมไปถึงการขยายการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ของแต่ละแบรนด์ รวมไปถึง แพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ต่าง ๆ (Marketplace) สำหรับบางแบรนด์ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุม

 จากแนวคิดการบริหารและการวางแผนกลยุทธ์การตลาดแบรนด์ต่างๆ ของ JASPAL GROUP  นี้เองที่ทำให้แนวโน้มการเติบโตเป็นไปในทิศทางที่ดี รวมถึงเป้าหมายของบริษัทที่จะขยายตลาดธุรกิจไปยังประเทศในอาเซียน และเป็นผู้นำในธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง 

 และท้ายที่สุดความสำเร็จในครั้งนี้ บริษัทยังได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย