THE ATTENTION: #เฟรนด์ลี่ไม่เท่ากับมีใจ วิจัยพบผู้ชายมีแนวโน้ม ‘คิดไปเอง’ ว่าผู้หญิงมีใจ จนอาจนำไปสู่การคุกคามทางเพศได้

  • Year: 2022
  • Project: THE ATTENTION: #เฟรนด์ลี่ไม่เท่ากับมีใจ วิจัยพบผู้ชายมีแนวโน้ม ‘คิดไปเอง’ ว่าผู้หญิงมีใจ จนอาจนำไปสู่การคุกคามทางเพศได้
  • Business Unit: Publisher
THE ATTENTION: #เฟรนด์ลี่ไม่เท่ากับมีใจ วิจัยพบผู้ชายมีแนวโน้ม ‘คิดไปเอง’ ว่าผู้หญิงมีใจ จนอาจนำไปสู่การคุกคามทางเพศได้
【อยากรู้แต่ไม่มีเวลา อ่านแค่นี้พอ】
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะตีความผิดๆ คิดเอาเองว่าอีกฝ่าย ‘มีใจ’ ทั้งที่ความจริงผู้หญิงอาจแสดงความเฟรนด์ลี่หรือเท่านั้น โดยพบว่าเป็นเพราะผู้ชายตีความจากสัญญะภายนอก เช่น การแต่งกายหรือการแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ ทำให้หลายคนเชื่อว่าสาเหตุนี้อาจนำไปสู่การคุกคามทางเพศได้ เนื่องจากคิดว่าอีกฝ่าย ‘เล่นด้วย’
—————
เขายิ้มให้เรา
เขาสบตาเรา
เขาใส่เสื้อสีชมพู
เขาเผลอแตะมือเราตอนรับของ
ต้องมีใจให้เราแน่ๆ !
หลายครั้งมนุษย์เราเผลอตัวตีความท่าทางหรือสัญญะต่างๆ ของอีกฝ่ายแบบผิดๆ จนเข้าใจเอาเองว่าเขามีใจให้เราอย่างแน่นอน ไม่ต้องสงสัย เรียกได้ว่า ‘มโน’ ไปเอง จนหลายครั้งอาจเกินลิมิตได้เช่นกัน และเรื่องนี้มีแนวโน้มเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอย่างมีนัยสำคัญ
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะคิดไปเองมากกว่าผู้หญิงจริงๆ หนึ่งในนั้นคืองานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารจิตวิทยา (Psychological Science) และงานวิจัยที่พบว่าผู้ชายมีแนวโน้มคิดไปเองมากกว่าผู้หญิงเนื่องจากการตีความสัญญะ ‘จากภายนอก’ เช่น มีความเชื่อว่าผู้หญิงที่แต่งกายเปิดเผยร่างกาย เป็นคนที่สนใจในเรื่องเพศ หรือพฤติกรรมทางกายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งยิ้ม การทำดีด้วย ในขณะที่กลุ่มที่ประเมินความรู้สึกตรงกับความจริงมากกว่ามีแนวโน้มจะประเมินผ่าน ‘การแสดงความรู้สึก’ ไม่ใช่จากพฤติกรรมหรือกิริยาเล็กๆ น้อยๆ
ในขณะเดียวกันนักวิจัยยังพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มคิดตรงกันข้าม คือ มักจะประเมินต่ำไปจนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีใจ หรือประเมินความรู้สึกเชิงโรแมนติกที่ผู้อื่นมีต่อตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสเตอร์ลิง (The University of Stirling) ได้ศึกษากลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,226 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 586 คน และผู้หญิง 640 คน โดยมีการจับกลุ่มชาย 3-4 คนต่อผู้หญิง 4 คน จัดให้มีการเดตเร็วเวลา 3-4 นาที และให้ประเมินว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร และพบว่าผู้ชายมีแนวโน้มประเมินท่าทีของคู่เดตไปผิดๆ มากกว่า
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น อันที่จริงมีการอธิบายเชิงชีววิทยาวิวัฒนาการที่แตกต่างในการสืบพันธุ์ของผู้ชายและผู้หญิง ทำให้ผู้ชายมีความ ‘อ่อนไหว’ ต่อสัญญะทางเพศมากกว่า และมีความ ‘ใส่ใจ’ ในเรื่องนี้มากว่าผู้หญิง เพื่อให้สามารถเพิ่มโอกาสในการผสมพันธุ์ได้มากขึ้น
แต่เหตุผลเบื้องหลังนอกจากทางชีววิทยาแล้วงานวิจัยนี้ยังพบสาเหตุเชิงสังคมและพฤติกรรม คือคนที่มีการประเมินความรู้สึกของอีกฝ่ายเกินจริงยังมีแนวโน้มที่จะเป็นคนมีความสัมพันธ์ระยะสั้นมากกว่า โดยปัจจุบันพบว่าผู้ชายที่มีความสนใจในความสัมพันธ์ระยะสั้นนั้นมีมากกว่าผู้หญิง ซึ่งอาจทำให้เกิดการตีความผิดๆ ได้ง่าย
อย่างไรก็ดี งานวิจัยเหล่านี้เป็นการสำรวจจากผู้หญิงและผู้ชายเท่านั้น โดยที่ไม่ได้มีการสำรวจในกลุ่มผู้หลากหลายทางเพศอื่นๆ ว่ามีการตีความหรือประเมินสัญญะของอีกฝ่ายอย่างไร
จากงานวิจัยหลายชิ้นที่เคยเกิดขึ้นทำให้หลายคนมองว่าความเข้าใจผิด และ ‘มโน’ ไปเอง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการ ‘คุกคามทางเพศ’ ต่ออีกฝ่ายได้ เนื่องจากเชื่อว่าอีกฝ่ายมีใจทำให้เกิดพฤติกรรมเชิงเกี้ยวพาราสีและสร้างความอึดอัดให้กับอีกฝ่าย ไปจนถึงอาจปัญหาการล่วงละเมิดได้เช่นกัน
โดยเฉพาะในข่าวการล่วงละเมิดหลายครั้งที่เราเห็นว่าผู้กระทำให้การว่าทำไปเพราะความรักและเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีใจให้ โดยการตีความจากพฤติกรรมที่เหยื่อดีด้วย หรือยิ้มให้ทั้งที่ความเป็นจริงเป็นเพียงการแสดงความเป็นมิตรเท่านั้น จนเมื่อไม่นานมานี้มีการพูดถึงประเด็น ‘เฟรนด์ลี่ไม่เท่ากับมีใจ’ ในโลกทวิตเตอร์อย่างกว้างขวางและมีผู้เข้ามาแชร์ประสบการณ์การถูกเข้าใจผิดหรือคุกคามทางเพศจากการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกตีความผิดๆ หลายราย
ใครเคยมีประสบการณ์พบเจอความ ‘คิดเอาเองว่ามีใจ’ จนรู้สึกอึดอัดและไม่ปลอดภัยบ้าง มาเล่าให้เราฟังกัน
อ้างอิง:
  • Psychology today. Why Men Tend to Overestimate Women’s Romantic Interest. https://bit.ly/3taAhdk
  • Psypost. Study offers new psychological explanation for men’ s tendency to overestimate women’ s romantic interest. https://bit.ly/3tkvg1Q
  • The Decision Lab. Why do men think that women are always flirting with them? . https://bit.ly/338nNbw