PSYCHOLOGY: ฉันโสดก็เพราะชอบชีวิตแบบนี้ ว่าด้วยแนวคิด ‘Single at Heart’ อยู่คนเดียวก็เริ่ดได้ ไม่ต้องง้อใคร

  • Project: PSYCHOLOGY: ฉันโสดก็เพราะชอบชีวิตแบบนี้ ว่าด้วยแนวคิด ‘Single at Heart’ อยู่คนเดียวก็เริ่ดได้ ไม่ต้องง้อใคร
  • Business Unit: Publisher

“จะปีใหม่แล้วยังไม่มีใครอีกเหรอ”
“อยู่คนเดียวแบบนี้ ใครจะดูแล”
“โสดแล้วไม่เหงาบ้างรึไง”

บ่อยครั้งที่สังคมมักแปะป้ายชีวิตคนโสด ว่าเป็นชีวิตที่ไม่ประสบความสำเร็จ ขาดตกบกพร่องในด้านความรัก ชีวิตคู่ และการสร้างครอบครัว
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่อยากจะมีชีวิตคู่ หรือครอบครัวนี่นา…อยู่เป็นโสดแล้วผิดตรงไหน?
PSYCHOLOGY วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจของคนมี ‘ใจที่รักการเป็นโสด’ (Single at Heart) จากหนังสือ ‘Single at Heart: The Power, Freedom, and Heart-Filling Joy of Single Life’ ของ ดร.เดอพอลโล (Dr. Depaulo) นักคิดและนักเขียนคนสำคัญของอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประสบการณ์โสด และมี Ted Talk เกี่ยวกับเสน่ห์ของการอยู่เป็นโสดที่มีผู้เข้ารับชมมากกว่า 1.6 ล้านครั้ง
โดย เดอพอลโลได้ถ่ายทอดความเข้าใจของคำว่า ‘ใจที่รักการเป็นโสด’ ว่ามันคือการปลดปล่อยหัวใจตัวเองให้เป็นอิสระ ไร้พันธนาการใดๆ จากเรื่องรักร้าวในอดีต หรืออคติทางความคิดที่ว่า ทุกคนย่อมต้องการใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน
เปล่าเลย ความโสด ทำให้เธอมีความเข้มแข็ง มีความมั่นใจ มีพลัง ความจริงใจ ความสมหวังที่ลึกซึ้งผ่านแรงบันดาลใจที่นำด้วยความสุขของตัวเอง
โดยอนุมานว่าคนมีใจที่รักการเป็นโสด คือชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับเธอ และใครอีกหลายคนที่ตัดสินใจไม่มีคู่ เพราะชีวิตโสดสามารถเติมเต็มความเป็นตัวเราได้เต็มที่ และชีวิตโสดก็น่าปรารถนาพอๆ กับการเป็นคู่รักที่โรแมนติกของผู้คนที่หลงใหลในชีวิตคู่เฉกเช่นเดียวกัน
เพราะความจริงของการเป็นโสดคือ การไม่มีอะไรมาจำกัดชีวิตของเรา และมันเปิดกว้างให้เรามีอิสรเสรีที่ให้เรามีเวลาได้ใช้โอกาสของตัวเองทำประโยชน์สูงสุดแก่ชีวิต ซึ่งความโสดจะทำให้เราสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับรูปแบบในการดำเนินชีวิตของเราได้
ดำเนินไปตั้งแต่กิจวัตรประจำวันไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตที่เราสัมผัสได้ เราจะสามารถไล่ตามความสนใจ ความฝัน ความหลงใหลของเราได้โดยไม่มีที่สิ้นสุด
ที่สำคัญคือ ไม่ต้องพยายามปรับปลี่ยนรูปแบบชีวิตหรือตัวตนของเราเองให้เหมาะสมกับใคร แถมเรายังสามารถต้อนรับทุกคนที่เราต้องการให้เข้ามาในชีวิตได้อย่างไม่มีข้อกังขา
ส่วนความเสี่ยงสำหรับคนมีใจเป็นโสด ไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกมองว่า คือความผิดพลาดหากเราไม่มีคนรัก เพราะชีวิตคนโสดก็มีความสุขได้จากสิ่งที่ชีวิตโสดมอบให้ดังที่กล่าวไปข้างต้น
นอกจากนี้ มีการศึกษามากมายที่ได้กล่าวถึงข้อดี หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบของคนโสดในแง่หนึ่งว่า คนที่เป็นโสดมีแนวโน้มที่จะเจริญรุ่งเรืองเป็นพิเศษในชีวิตบั้นปลาย
การศึกษาวิจัยผู้สูงอายุในสหรัฐอเมริกาพบว่า ชายและหญิงที่เป็นโสดมักมองโลกในแง่ดีมากที่สุด มักเป็นคนที่มีชีวิตทางสังคมที่กระตือรือร้น
รวมถึงการศึกษาในออสเตรเลียที่ศึกษาผู้หญิงมากกว่า 10,000 คน ในช่วงอายุ 70 ปี พบว่าผู้หญิงโสดตลอดชีวิตโดยไม่มีลูกเป็นคนมองโลกในแง่ดี เครียดน้อยที่สุด เห็นแก่ผู้อื่นมากที่สุด และมีการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่แต่งงานหรือมีลูกแล้ว
ตามผลการศึกษาในปี 2021 ยังพบว่า คนโสดมักจะมีความสุขมากขึ้นและมีความสุขกับชีวิตโสดมากขึ้นเมื่อพวกเขาเข้าสู่วัยกลางคนและเข้าสู่วัยชรา ตลอดช่วงอายุของผู้ใหญ่ คนโสดที่ไม่ได้มองหาคู่รักมักจะพบว่าชีวิตโสดของพวกเขานั้นสมหวังมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่าลืมว่า เราทุกคนต่างก็มีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตที่จะมีความสุขด้วยตัวเอง และหวังว่าคนที่มีอคติกับชีวิตโสด จะสามารถทำความเข้าใจได้ว่า อยู่เป็นโสดก็ไม่เห็นจะเป็นไร สามารถมีชีวิตที่สนุกสนานและถูกเติมเต็มได้ไม่แพ้คนมีคู่
ในบางกรณีอาจจะดีกว่า มีคู่แล้วมีความสัมพันธ์เป็นพิษอีกต่างหาก ดังนั้น หากใครมีความสุขกับชีวิตรูปแบบใดก็จงมีไปเถิด 

 

อ้างอิง: 

An Ode to the Single Life https://time.com/6342853/single-life