เปิดโลก Mechanical Keyboard ตลาดใหญ่จากเทรนด์จัดโต๊ะคอม สู่คีย์บอร์ดสายมูที่น่ารักจนใจเจ็บ!

  • Project: เปิดโลก Mechanical Keyboard ตลาดใหญ่จากเทรนด์จัดโต๊ะคอม สู่คีย์บอร์ดสายมูที่น่ารักจนใจเจ็บ!
  • Business Unit: Publisher

1 – ในช่วง 2-3 ปีมานี้กระแส ‘Mechanical Keyboard’ หรือ ‘คีย์บอร์ดกลไก’ เป็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการเกมเมอร์ไปจนถึงกลุ่มคนวัยทำงาน นอกจากนี้ยังกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้น โดยคาดว่าจะเติบโตถึง 2,645 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 90,000 ล้านบาท ภายในปี 2027

ถึงแม้ Mechanical Keyboard จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับใครหลายคน เพราะคีย์บอร์ดประเภทนี้มีมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยแรกเริ่มเป็นคีย์บอร์ดของชาวเกมเมอร์และกลุ่มคนที่ทำงานในสายโปรแกรมเมอร์ ด้วยจุดเด่นเรื่องตอบสนองที่แม่นยำและรวดเร็วกว่าคีย์บอร์ดแบบ Membrane ที่ใช้กันทั่วไป

นอกจากนี้ด้วยความที่คีย์บอร์ดทำงานโดยใช้กลไกของปุ่มตัวอักษร (Keycap) ผ่านสวิตช์ (Switch) ในการเชื่อมต่อกับแผงวงจร (PCB) จึงช่วยสร้างประสบการณ์การใช้คีย์บอร์ดที่ดีขึ้น ทั้งในแง่ของสัมผัสและเสียงที่แตกต่างจากคีย์บอร์ดแบบยาง (Rubber Dome) ที่เคยใช้กันก่อนหน้านี้

2 – ซึ่ง Mechanical Keyboard ขยายตลาดมาสู่กลุ่มคนวัยทำงานจากในช่วงการแพร่ระบาดที่คนจะต้อง work from home จนเกิดเทรนด์การ ‘จัดโต๊ะคอม’ ซึ่งเป็นเหมือน Community ขนาดย่อม ที่คนจะเข้าไปแชร์ไอเดียการจัดโต๊ะคอมและป้ายยาอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมในกลุ่ม Facebook ที่ชื่อว่าจัดโต๊ะคอม ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 300,000 คน

แน่นอนว่าคนวัยทำงานก็โดนป้ายยามาจากในกลุ่มนี้ รวมถึงจุดเด่นอีกอย่างของ Mechanical Keyboard ที่ทำให้คนหันมาใช้งานกันมาขึ้นนอกจากเรื่องฟังก์ชันการใช้งานแล้ว ยังเด่นเรื่องความคงทน โดยส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานในการกดมากถึง 20 ล้านถึง 100 ล้าน ในขณะที่คีย์บอร์ดแบบ Membrane ทั่วไปจะมีอายุการใช้งานการกดประมาณ 5 ล้านครั้งเท่านั้น และหาก Switch และ Keycap เกิดการแตกหรือเสียก็สามารถซื้อมาเปลี่ยนได้ โดยมีให้เลือกสรรมากมายตามความชอบ

3 – การเลือกเปลี่ยน Switch และ Keycap ได้ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่เพิ่มความสนุกในการใช้ Mechanical Keyboard อย่าง Switch ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ใต้ปุ่มตัวอักษรหรือ Keycap ก็จะส่งผลต่อฟีลลิ่งในการพิมพ์ รวมถึงเรื่องเสียงที่เกิดจากการพิมพ์ให้มีความทุ้มแน่นและเกิดเป็นความไพเราะที่คนในวงการเรียกว่ามีเสียงที่ ‘Thock’ มากที่สุด

4 – นอกจากนี้ตลาดของ Keycap หรือปุ่มตัวอักษรก็เป็นที่น่าจับตามองเช่นเดียวกัน เพราะเป็นสิ่งที่เข้ามาตอบโจทย์ทั้งเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน ที่ออกมาให้องศาของปุ่มหรือที่เรียกกันว่า Profile มีความแตกต่างและให้คนเลือกใช้ตามความเหมาะสมของขนาดมือและขนาดนิ้ว เพื่อให้สามารถพิมพ์ได้ถนัดและเร็วมากที่สุด

รวมถึง Keycap เป็นเสมือนการแต่งตัวให้คีย์บอร์ดที่ผู้ใช้งานเลือกเปลี่ยนใช้ได้ตามสไตล์ของตนเอง ในขณะเดียวกันผู้ผลิตก็สร้างสรรค์ Keycap ว้าวๆ ออกสู่ตลาดมากมาย อย่างล่าสุดได้มีแบรนด์สัญชาติไทยในชื่อ ‘พิมพ์ดีด’ หรือ ‘PimDit’ ที่ได้เปิดตัว Keycap คอลเลกชันแรกเอาใจสายมู ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกตลาดที่กำลังบูมเช่นเดียวกัน

โดยใช้ชื่อรุ่นว่า ‘มูเตลู’ ซึ่งดึงเอาความสนใจของคนไทยที่ชอบดูดวงและชอบพกเครื่องรางนำโชค มาแตกเป็นคอนเซ็ปต์ของการทำ Keycap ที่ดีไซน์มาจากสัญลักษณ์เด่นๆ ที่อยู่ในไพ่ทาโรต์ ซึ่งก็คือ เหรียญ ดาบ ไม้เท้า และถ้วย ที่เป็นสัญลักษณ์ของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟตามลำดับ นำมาดีไซน์ให้มีความสดใส น่ารักจนใจเจ็บ และทำให้คนที่ได้ใช้รู้สึกว่าได้แต่งเติมเสริมโชคได้แค่ปลายนิ้วคลิก

5 – แม้ปัจจุบันวิกฤตของโรคระบาดจะผ่อนคลายลงแล้ว แต่กระแส Mechanical Keyboard และอุปกรณ์เสริมอย่าง Switch และ Keycap ก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากเสน่ห์ในเรื่องของฟังก์ชันการใช้งาน ความคงทน รูปลักษณ์ สีสัน ฟีลลิ่งการสัมผัส ไปจนถึงเรื่องเสียงที่เกิดขึ้นจากการกดในแต่ละครั้ง

ทำให้เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง จากการขยายตลาดจากแค่ในกลุ่มเกมเมอร์สู่ตลาดที่แมสมากขึ้นอย่างคนวัยทำงาน และยังเป็นที่น่าจับตามองต่อว่าในวงการนี้จะมี Mechanical Keyboard Switch และ Keycap เจ๋งๆ อะไรที่น่าติดตามต่อบ้าง

อ้างอิง

  • จากฟังก์ชั่นสู่แฟชั่น! รู้จักชุมชน Mechanical Keyboard ตลาดใหญ่ภายใต้เทรนด์ “จัดโต๊ะคอม” ที่แบรนด์ควรศึกษา https://tinyurl.com/9adkbzk5
  • Facebook PimDit https://tinyurl.com/4326zhju