ไหว้สา! ซุส-เพอร์ซิอุส-โพไซดอน ทำความรู้จัก ‘Hellenism’ ศาสนาที่นับถือเทพเจ้ากรีกเป็นเรื่องเป็นราวในโลกยุคปัจจุบัน

  • Project: ไหว้สา! ซุส-เพอร์ซิอุส-โพไซดอน ทำความรู้จัก ‘Hellenism’ ศาสนาที่นับถือเทพเจ้ากรีกเป็นเรื่องเป็นราวในโลกยุคปัจจุบัน
  • Business Unit: Publisher

หากจะกล่าวถึงความเชื่อที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อโลกของเรา หนึ่งในนั้นก็คงจะหนีไม่พ้น ความเชื่อจาก ‘ศาสนากรีกโบราณ’  ที่หลังจากการล่มสลายของอารยธรรมกรีก-โรมัน ก็สูญหายไป ทิ้งไว้เพียงแต่ตำนานที่ยังส่งอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมในเวลาต่อมา ตั้งแต่ยุคเรอเนซองส์ (Renaissance)  จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพยนตร์ หรือนวนิยาย

แต่เชื่อหรือไม่ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีความพยายามหลายครั้งที่จะนำความเชื่อในศาสนากรีกโบราณกลับมานับถือบูชาอีก โดยเป็นรูปเป็นร่างครั้งแรกในปี 2006 หลังจากองค์กรที่ชื่อว่า ‘เอลิไน’ (Ellinais) หรือ ‘The Holy Association of Greek Ancient Religion Believers’ ได้จัดพิธีสักการะเทพเจ้าซุสขึ้นที่วิหารแห่งโอลิมเปียกลางกรุงเอเธนส์ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สาธารณชนได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของกลุ่มความเชื่อดังกล่าวว่ามีอยู่จริง พิธีนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมากต่อศาสนจักรออร์โธดอกซ์ในกรีซ ถึงกับมีนักบวชบางรูปออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าความเชื่อดังกล่าวเป็น “สิ่งล่อลวงอันชั่วร้ายจากอดีตที่พยายามกลับมามีชีวิตอีกครั้งในปัจจุบัน”

ความเชื่อที่กลับมาหยัดยืนอีกครั้งนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘ศาสนาเฮเลนิสต์’ โดยนำชื่อมาจากชื่อยุคหนึ่งของอาณาจักรกรีกโบราณที่เรียกว่า ‘ยุคเฮเลนิสต์’ อันเป็นยุคสมัยที่อารยธรรมกรีกเจริญสูงสุด โดยนิยามตนเองว่าเป็นศาสนาที่สืบทอดความเชื่อ ตำนาน พิธีกรรม รวมทั้งปวงปรัชญาและค่านิยมมาจากยุคนี้ โดยมีศูนย์กลางความเชื่ออยู่ที่ ‘คณะเทพเจ้าแห่งเขาโอลิมปัสทั้ง 12 องค์’ นำโดย ‘เทพบดีซุส’ ผู้เป็นใหญ่แห่งท้องฟ้านำทีมเป็นเทพเจ้าสูงสุด นอกจากนี้พวกเขายังนับถือจิตวิญญาณในธรรมชาติอื่นๆ อย่างนางไม้ และวีรบุรุษทั้งหลายในอดีต โดยชาวเฮเลนิสต์เชื่อว่าเทพเจ้าของพวกเขามีความเป็นสากล พบได้ทุกที่ และทรงอำนาจทั่วโลก

และเช่นเดียวกันกับศาสนาอื่นๆ เฮเลนิสต์มีระบบเทววิทยาและหลักธรรมที่เข้มข้นไม่ต่างกัน โดยหลักธรรมเหล่านี้นำมาจากคุณค่าและปรัชญาที่ชาวกรีกยึดถือในอดีต โดยมีสามเสาหลักคือ ‘ยูเซเบีย’ (Eusebia) หมายถึงความศรัทธาที่มั่นคงต่อเหล่าทวยเทพ ‘ออการ์นีโคติส’ (Organikotis) ความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างตัวเรากับชุมชน และ ดิไคโอซิเน (Dikaiosyne) หรือ ความยุติธรรมต่อสังคม โดยทั้งสามเสาหลักนี้จะนำไปสู่สภาวะที่ เรียกว่า ‘ยูไดโมเนีย’ ซึ่งเป็นสภาวะแห่งความสุขที่ ‘อริสโตเติล’ นักปราชญ์กรีกโบราณชี้ว่า นี่คือคือสภาวะสูงสุดของมนุษย์

ศาสนาดังกล่าวนี้ยังมีวันสำคัญทางศาสนาที่จัดฉลองตลอดทั้งปี โดยแต่ละวันจะเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในตำนาน และเป็นวันที่ใช้บูชาเทพเจ้าอย่างวัน ‘นูเมเนีย’ ที่ถือเป็นวันที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในบรรดาวันทางศาสนาทั้งหมด โดยวันนี้เป็นวันสักการะเหล่าเทพเจ้าผู้ปกป้องนครเอเธนส์อย่าง ‘อธีนา’ เทพีแห่งปัญญา และ ‘โพไซดอน’ เทพแห่งท้องทะเล โดยจะมีการจัดถวายสักการะบน ‘อโครโปลิส’ ศูนย์กลางการปกครองและศาสนาในสมัยเอเธนส์โบราณ 

ปัจจุบันนี้มีการประมาณการว่ามีผู้คนกว่า 2,00,000 คนที่นับถือศาสนาดังกล่าว ทั้งในและนอกประเทศกรีซ รวมทั้งยังมีองค์กรมากมายที่ก่อตั้งเพื่อเผยแพร่ลัทธินี้ทั่วโลก อย่างองค์กร ‘ลาบรีส’ (Labrys) ที่จะจัดเทศกาลต่างๆ เพื่อโปรโมตความเชื่อของตนบนภูเขาโอลิมปัสในทุกๆ ปี โดยชี้ว่าศาสนานี้ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่เบื่อหน่ายศาสนากระแสหลัก และอยากลองความแปลกใหม่ รวมทั้งอยากสัมผัสประสบการณ์จากศาสนาโบราณที่สืบทอดมาอย่างยาวนานหลายพันปี

อ้างอิง