เมื่อ ‘สิทธัตถะ’ กลายเป็นนักบุญคริสต์! ทำความรู้จัก ‘เซนต์โยซาฟัต’ ลูกกษัตริย์ผู้เห็นสัจธรรม จนทิ้งวังอันงดงาม ออกบวชและกลายเป็นนักบุญ

  • Project: เมื่อ ‘สิทธัตถะ’ กลายเป็นนักบุญคริสต์! ทำความรู้จัก ‘เซนต์โยซาฟัต’ ลูกกษัตริย์ผู้เห็นสัจธรรม จนทิ้งวังอันงดงาม ออกบวชและกลายเป็นนักบุญ
  • Business Unit: Publisher

นานมาแล้วมีกษัตริย์นามว่า ‘อาเบนเนอร์’ (Abanner) ปกครองดินแดนในแถบอินเดีย วันหนึ่งมเหสีของพระองค์ให้ประสูติพระโอรสนามว่า ‘โยซาฟัต’ (Josaphat) โดยที่โหราจารย์ได้ทำนายไว้ว่า ในอนาคตเด็กน้อยผู้นี้จะทิ้งราชบัลลังก์แล้วออกบวช กษัตริย์ที่กลัวว่าจะไม่มีใครสืบราชสันตติวงศ์ จึงสั่งให้สร้างปราสาทราชวังที่งดงามที่สุดเพื่อมอมเมาเจ้าชายให้อยู่แต่ในวัง

แต่แล้ววันหนึ่ง โยซาฟัตกลับหนีออกจากวังเพื่อไปเที่ยวเล่น จนไปเห็นคนตาบอด คนพิการ และคนป่วยใกล้ตาย เจ้าชายที่ไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อนก็เกิดความสลดใจมองเห็นสัจธรรมของชีวิต และด้วยความบังเอิญ ขณะนั้นเองก็มีนักพรตคริสเตียนรูปหนึ่งชื่อว่า ‘บาร์ลาม’ (Barlaam) ได้เข้ามาประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าให้กับเจ้าชายฟัง ทั้งยังแนะนำให้รู้จักแนวทางการใช้ชีวิตที่สันโดษด้วยการสละทางโลก โยซาฟัตที่เกิดดวงตาเห็นธรรม จึงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ แล้วในเวลาต่อมาก็สละราชบัลลังก์ออกบวชเป็นนักพรตจนได้กลายเป็นนักบุญในที่สุด

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนคงคุ้นๆ ว่าเคยได้ยินเรื่องแนวนี้มาจากที่ไหน ใช่แล้ว มันคือเส้นเรื่องเดียวกันกับประวัติของ ‘เจ้าชายสิทธัตถะ’ ผู้สละราชบัลลังก์ออกบวชจนได้เป็นพระพุทธเจ้า โดยสันนิษฐานว่า เรื่องของเจ้าชายโยซาฟัตนี้น่าจะเป็นเรื่องราวของพุทธประวัติที่ถูกเผยแพร่ไปตามเส้นทางสายไหมในช่วงศตวรรษที่ 2-4 ก่อนจะพัฒนาต่อไปจนเกิดเป็นเค้าโครงของชีวิตนักบุญองค์หนึ่งในคริสต์ศาสนา

โดยความเชื่อมโยงดังกล่าวเริ่มต้นจากคัมภีร์สันสกฤตของพุทธฝ่ายมหายาน ที่ถูกดัดแปลงไปโดยศาสนาหนึ่งที่เชื่อว่าพระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งในศาสดา (หลายๆ องค์) ของเขา ก่อนจะพัฒนาไปเป็นนิทานภาษาอารบิกที่ชื่อว่า ‘กีตาบ บีเลาฮัร วายูดาซัฟ’ (Kitab Bilawhar wa-Budasaf) ซึ่งถูกเล่าอย่างแพร่หลายในกรุงแบกแดดในช่วงศตวรรษที่ 8 แล้วถูกพัฒนาต่อไปเป็นเส้นเรื่องของนักบุญโดยคริสตศาสนิกชนของพระศาสนจักรตะวันออก ก่อนจะถูกเล่าต่อไป จนไปจบที่ดินแดนยุโรปในช่วงยุคกลางระหว่างศตวรรษที่ 11 

โดยคำว่า ‘โจซาฟัต’ แผลงมาจากคำว่า ‘โพธิสัตว์’ ในภาษาสันสกฤตที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นภาษาเปอร์เซียว่า ‘Bodisav’ และเป็นภาษาอาหรับว่า ‘Būdhasaf’ ในศตวรรษที่ 8 ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นภาษากรีกว่า ‘Ioasaph’ และกลายเป็นคำว่า ‘Josaphat’ ในภาษาละตินในที่สุด 

ด้วยวิถีชีวิตอันสันโดษและคุณธรรมของเจ้าชายโจซาฟัต ทำให้ในศตวรรษที่ 10 พระองค์ถูกรวมเข้าไปในทำเนียบนักบุญของพระศาสนจักรทั้งฝ่ายตะวันออกและตะวันตก โดยมีวันฉลองคือวันที่ 26 สิงหาคม ของทุกๆ ปี ตามปฏิทินคริสตจักรตะวันออก และวันที่ 27 พฤศจิกายน ตามปฏิทินของคริสตจักรคาทอลิก 

อย่างไรก็ตามเมื่อศาสนาพุทธถูกเผยแผ่เข้าสู่โลกตะวันตกอย่างจริงๆ จังๆ ในศตวรรษที่ 19 เรื่องราวของนักบุญโจซาฟัตก็ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของเจ้าชายสิทธัตถะ จนนำไปสู่การศึกษาแล้วพบว่า พระพุทธเจ้าได้รับการบูชาในรูปแบบของนักบุญจากชาวตะวันตกมาเกือบ 900 ปี! 

กระนั้นชาวคริสต์บางส่วนก็แย้งว่า เรื่องราวทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงแค่ความบังเอิญที่บังเอิญเกินไปก็เท่านั้น

อ้างอิง