ไม่ใช่ทานตะวัน ไม่ใช่เอเลี่ยน แต่เป็นพระพุทธเจ้า! ชวนส่องรูปพระพุทธเจ้าในจินตนาการของนักบวชคริสต์ สมัยศตวรรษที่ 17

  • Project: ไม่ใช่ทานตะวัน ไม่ใช่เอเลี่ยน แต่เป็นพระพุทธเจ้า! ชวนส่องรูปพระพุทธเจ้าในจินตนาการของนักบวชคริสต์ สมัยศตวรรษที่ 17
  • Business Unit: Publisher

หลังจากสมรภูมิแห่งการสำรวจทางทะเลได้เริ่มต้นขึ้นโดยสเปนและโปรตุเกสในยุคแห่งการสำรวจ องค์ความรู้ สินค้า และวิทยาการของโลกตะวันออกก็ได้หลั่งไหลเข้าสู่แผ่นดินยุโรปง่ายขึ้น จนทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมาศึกษาศาสตร์และองค์ความรู้จากดินแดนดังกล่าว

หนึ่งในนั้นคือ นักบวชรูปหนึ่งนามว่า ‘อธานาซีอุส เคียร์เชอร์’ (Athanasius Kircher) ผู้ซึ่งเป็นพระและนักปราชญ์ของวิทยาลัยเยซูอิต แห่งกรุงโรม โดยเป็นเจ้าของงานเขียนกว่า 40 ชิ้นในสาขามนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอียิปต์ศึกษา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ท่านปรารถนาอย่างมาก คือการได้เดินทางไปยังเมืองจีนเพื่อเผยแผ่ศาสนา แต่ดูเหมือนว่าความฝันนี้จะไม่สำเร็จ จึงหันมาศึกษา ‘จีน’ ในด้านภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมแทน

จนในปี 1667 เคียร์เชอร์ได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า ‘ไชนา อิลลัสตราตา’ (China Illustrata) ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมเอาองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับแผ่นดินจีนและดินแดนโดยรอบอย่างญี่ปุ่น ผ่านการแสดงภาพประกอบจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินดังกล่าวอย่างรูปพระจักรพรรดิ ขุนนาง หรือแม้แต่สิงสาราสัตว์ท้องถิ่นอย่างเต่า

แต่ไฮไลต์สำคัญคงหนีไม่พ้นภาพภาพหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพของบุคคลที่มีใบหน้าเป็นพระอาทิตย์ นั่งอยู่บนดอกไม้กลางทะเล (คาดว่าเป็นดอกบัว) และที่ข้างลำตัวมีแจกันปักกิ่งไม้วางไว้อยู่ ในขณะที่กลีบดอกข้างหนึ่งมีชายนั่งคุกเข่าประนมมือไหว้

ภาพนี้ถ้ามองผิวเผินก็คงจะเดาไม่ออกว่าเป็นใคร แต่ถ้าอ่านคำบรรยายที่อยู่เหนือภาพขึ้นไปก็จะพบว่า คือ ‘พระพุทธเจ้า’ โดยมีคำภาษาละตินเขียนกำกับไว้ว่า ‘Amida Numen Iapon, parallelum Harpocrati’ แปลได้ว่า ‘พระอมิดะแห่งดินแดนญี่ปุ่นเทียบได้กับเทพฮาร์โปเครตีส’ เเน่นอนว่าเมื่อชาวยุโรปเห็นภาพนี้คงจะตื่นเต้นไม่น้อยว่า นี่นะเหรอพระพุทธเจ้าที่ชาวตะวันออกกราบไว้กัน 

โดยคำว่า ‘อมิดะ’ เป็นชื่อของ ‘พระอมิตาภะพุทธเจ้า’ ในภาษาญี่ปุ่น พระองค์เป็นหนึ่งในพระพุทธเจ้าองค์สำคัญของพุทธศาสนาแบบมหายานที่นับถือกันมากในจีนและญี่ปุ่น โดยชื่อของพระองค์มาจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่า ‘แสงสว่างอันประมาณไม่ได้’ นั่นทำให้เคียร์เชอร์นำท่านไปเปรียบเทียบกับเทพเจ้าอียิปต์โบราณที่ชื่อว่า ‘ฮาร์โปเครตีส’ (Harpocrates) ผู้เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ที่จะเกิดใหม่ในทุกๆ วัน 

แต่ที่พีกไปกว่านั้นคือ ภาพทั้งหมดที่เคียร์เชอร์วาดไว้ใน ‘China Illustrata’ เป็นภาพที่เขาวาดขึ้นจากจินตนาการ จากการฟังคำบอกเล่าและอ่านบันทึกของมิชชันนารีที่ลงพื้นที่จริงในดินแดนเอเชียตะวันออก ก่อนจะกลับมารายงานผลการเผยแผ่ศาสนาที่โรมผสมกับจินตนาการนิดๆ หน่อยๆ ของตนจนก่อเกิดเป็นรูปร่างของสิ่งต่างๆ ขึ้นมา

นั่นหมายความว่า เคียร์เชอร์ไม่เคยเห็นว่าสิ่งที่ตนวาดขึ้นนั้นของจริงหน้าตาเป็นแบบไหน

แต่ถึงแม้จะมาจากจินตนาการ หนังสือเล่มนี้ก็ถูกแปลไปถึง 3 ภาษา ทั้งภาษาดัตช์ ฝรั่งเศส และอังกฤษ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักสำรวจรุ่นหลังเดินทางไปยังแผ่นดินจีนเพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโลกตะวันออกในเวลาต่อมา

อ้างอิง