เรื่องญี่ปุ่นต้องกรุงศรี ไปทริปญี่ปุ่นเมื่อใด ก็สะดวกสบาย เอนจอยง่ายได้ทุกเรื่องการเงิน

  • Year: 2023
  • Project: เรื่องญี่ปุ่นต้องกรุงศรี ไปทริปญี่ปุ่นเมื่อใด ก็สะดวกสบาย เอนจอยง่ายได้ทุกเรื่องการเงิน
  • Client: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  • Business Unit: Publisher

หากพูดถึงจุดหมายในการเดินทาง หนึ่งในประเทศที่ตอบโจทย์รสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม ก็คงไม่พ้น ‘ญี่ปุ่น’ ดินแดนที่เป็นเหมือนบ้านพักหลังที่ 2 ของคนไทย ดินแดนอาทิตย์อุทัยที่เมื่อพวกเรานึกแพลนจะไปต่างประเทศทั้งที ก็มักปักหมุดที่นี่ไว้เสมอ

‘อากาศดี อาหารอร่อย บริการประทับใจ บินไม่นาน ราคาเอื้อมถึง’ คือถ้าเป็นญี่ปุ่น ก็การันตีได้ว่าจะเป็นทริปที่ดีอย่างแน่นอน ยังไม่นับข้อดีอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี หรือผู้คน จึงไม่แปลกอะไรที่ญี่ปุ่นจะเข้ามาครองตำแหน่งในใจคนไทยได้อย่างไม่ยากเย็น

ซึ่งเราอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจกรรมหลักๆ ของพวกเราก็คือการใช้เงิน ไปกับการช้อป การกิน หรือการซื้อบริการในรูปแบบต่างๆ นั่นเอง

ถึงแม้จะเป็นประเทศที่พวกเราไปเที่ยวกันเป็นประจำ แต่สำหรับเรื่องการทำธุรกรรมการเงินในต่างประเทศ ก็ยังเลี่ยงไม่ได้ที่อาจจะต้องเจอเรื่องติดขัดกันไม่มากก็น้อย อย่างเราจัดทริปที่เน้นกินเน้นช้อป เราก็จำเป็นต้องใช้เงินในการใช้จ่าย ซึ่งจะให้พกเงินสดไปเป็นก้อนๆ ก็ลำบากใจ ยังไม่นับเรื่องค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไปมา ถึงจะใช้ระบบจ่ายเงินข้ามประเทศบางทีก็ช้า และมีค่าธรรมเนียมที่สูง

ทำให้ทริปที่ควรจะเป็นทริปที่เบิกบานใจ บางทีความสุขก็สะดุดง่ายๆ เพียงเพราะการทำธุรกรรมที่ไม่เป็นใจ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับผลิตภัณฑ์และการบริการจากกรุงศรี ที่เชื่อว่าเมื่ออ่านจบแล้วคุณจะเข้าใจเลยว่าทำไม ‘เรื่องญี่ปุ่นต้องกรุงศรี’

ในประเด็นแรก เราอาจจะต้องอธิบายก่อนว่า บริษัทแม่ หรือผู้ถือหุ้นหลักของกรุงศรีก็คือ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ปหรือ MUFG ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเครือข่ายสำนักงานกว่า 2,300 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เพราะฉะนั้นกรุงศรีเองก็มี back up ด้านเครือข่ายและศักยภาพที่เข้มแข็ง ทำให้เข้าใจ เข้าถึงตลาดและความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี นั่นจึงไม่แปลกที่ผลิตภัณฑ์และบริการหลายอย่างได้รับการออกแบบมาเพื่อให้การท่องเที่ยวเดินทางไปญี่ปุ่นเป็นเรื่องสะดวกและง่ายขึ้น

โดยบริการแรกที่จะมาแนะนำก็คือ Krungsri QR Japan บริการชำระเงินในประเทศญี่ปุ่นผ่านการสแกน QR Code ผ่าน KMA-Krungsri Mobile App หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า แอป KMA

พวกเราคุ้นชินกับการใช้ QR Code สแกนจ่ายเงินกันอยู่แล้ว ซึ่ง Krungsri QR Japan ก็ใช้งานง่าย ใช้จ่ายคล่อง ด้วยการสแกน QR Code ณ จุดชำระเงินในร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมหลากหลายแห่ง ซึ่งพันธมิตรคนสำคัญอย่าง NTT DATA และ NETSTARS บริษัทชั้นนำเพื่อการพัฒนาระบบการชำระเงินในประเทศญี่ปุ่น ก็ช่วยทำให้บริการนี้ขยายตัวและครอบคลุมสินค้าและบริการต่าง ๆ ในญี่ปุ่นมากขึ้น อารมณ์สแกนจ่ายเหมือนที่เราใช้จ่ายในประเทศไทยเลย แต่หากใครที่เคยสแกนจ่ายผ่าน QR Code ที่ญี่ปุ่นอยู่บ้าง ก็จะพอรู้ว่าที่นั่นจะ สลับกับที่บ้านเราเล็กน้อย คือ ส่วนใหญ่ที่ไทยจะเป็นลูกค้าสแกน QR Code ของร้านค้า แต่ที่ญี่ปุ่นคือ ลูกค้าต้องเปิด QR Code จากโมบายแอปพลิเคชันให้ร้านค้าเป็นผู้สแกนแทน ปัจจุบันมีร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมหลายแห่งในญี่ปุ่นที่รองรับการใช้งานนี้

นอกจากความสะดวกแล้ว ก็มีเรื่องของความรวดเร็ว ที่รู้ผลการชำระเงินทันที โดยธนาคารจะหักเงินในบัญชีเป็นสกุลเงินบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะที่ทำรายการ ปลอดภัยกว่าเพราะไม่ต้องพกเงินสด มีอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษให้สำหรับผู้ใช้บริการนี้ และไม่มีค่าธรรมเนียมในการชำระเงินเพิ่มเติมอีกด้วย

สำหรับคนไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงนี้และเลือกใช้ Krungsri QR Japan ในการใช้จ่ายที่ร้านทาเคยะ ผ่าน KMA ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 – 30 เมษายน 2566 ยังจะได้รับความคุ้มค่าถึง 3 ต่อ

  • ต่อที่ 1 รับส่วนลดทันที 5% จากร้านทาเคยะ เมื่อมียอดซื้อตั้งแต่ 5,000 เยน เป็นต้นไป
  • ต่อที่ 2 รับคืนภาษีสูงสุด 10% (Tax refund) เมื่อมียอดซื้อตั้งแต่ 5,000 เยน เป็นต้นไป (ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่ลดภาษี 8%)
  • ต่อที่ 3 รับเงินคืน 5% จากกรุงศรี หรือสูงสุดไม่เกิน 300 บาท/ท่าน/เดือน
    (อ่านรายละเอียดได้ที่: www.krungsri.com)

สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Krungsri Boarding Card บัตร Travel Card ที่สายเดินทางรู้จักกันเป็นอย่างดี จุดเด่นคือ การแลกเงินในเรตที่ถูกกว่า เพราะเป็นบัตรแลกเงินต่างประเทศไปในตัว รองรับถึง 16 สกุลเงินหลักของโลก

สามารถตั้งเรตที่เราต้องการได้เอง (เหมือนในแอปซื้อขายหุ้น) อยากได้เรตไหน สามารถตั้งรอไว้ และเมื่อเรตแตะไปถึงจุดที่เราต้องการหรือต่ำกว่า ระบบก็จะซื้อขายให้ทันที และที่สำคัญใช้ชำระค่าสินค้า/บริการที่ร้านค้าหรือออนไลน์ได้ทั่วโลก ไม่มีชาร์จ

และแน่นอนว่า ต้องมีความพิเศษสำหรับการเดินทางไปญี่ปุ่น นอกจากเรตเงินเยนจะดีสุด ๆ แล้ว ตอนนี้ยังมีโปรโมชั่นอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น ส่วนลด Outlet ในเครือ Mitsui ที่ญี่ปุ่น ส่วนลด 5% เมื่อจองโรงแรมในเครือ Prince Hotel 30 แห่งทั่วญี่ปุ่น แถมเมื่อใช้บริการ JAL ABC ณ สนามบินญี่ปุ่น รับส่วนลดเพิ่ม 15% อีกด้วย #ทีมญี่ปุ่นที่สนใจก็สามารถสมัครบัตรได้ ฟรี! ไม่มีค่าธรรมเนียม ขยายเวลายาวไปถึง 31 มีนาคม 2566 (อ่านรายละเอียดได้ที่: www.krungsri.com)

ทางกรุงศรีเอง มีการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินมาโดยตลอด พวกเขาหยิบเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาทำให้เรื่องธุรกรรมทั้งในและระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

และสิ่งสำคัญที่เราอยากเน้นย้ำทุกคนก็คือ เรื่องของประกันการเดินทาง เพราะบางทีเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ประกันการเดินทางก็จะช่วยดูแลจัดการในเรื่องนี้ได้ ทำให้เราสบายใจกับการท่องเที่ยวขึ้นไปอีกระดับ ซึ่งทางกรุงศรีก็เข้าใจในประเด็นนี้ดี จึงมี ประกันการเดินทางอย่าง Simple Sure ประกันการเดินทางที่ช่วยคุ้มครองทั้ง ‘ก่อน-ระหว่าง-หลังเดินทาง’

ให้อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ซื้อทัวร์ก็ไม่ต้องกลัวบริษัททัวร์โกง
ในระหว่างเดินทางเอง ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา ก็ไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาพยาบาล ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกกับโรงพยาบาลในเครือที่ญี่ปุ่น

และที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องของการสื่อสาร และเรื่องสุขภาพเองก็เป็นเรื่องที่ผิดพลาดไม่ได้เลย ทางกรุงศรีมีผู้ช่วยประสานงานด้านการสื่อสารกับคุณหมอชาวญี่ปุ่น และในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยการเดินทางกลับล่าช้าเนื่องจากสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ ความผิดพลาดของอุปกรณ์การบินหรือสายการบิน ประกันก็มีความคุ้มครองในส่วนการขยายระยะเวลาคุ้มครองโดยอัตโนมัติ

ในส่วนหลังเดินทาง ก็อุ่นใจกับทรัพย์สินในบ้านได้ เพราะกรุงศรีจะดูแลค่าชดเชยให้หากสูญหายหรือเสียหายระหว่างการเดินทาง (อ่านรายละเอียดได้ที่: www.krungsri.com)

นอกจากนั้น สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต กรุงศรียังมอบสิทธิพิเศษครอบคลุมการเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเมื่อใช้บัตรเครดิตกรุงศรี ให้คุณรับเครดิตเงินคืนเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านสายการบินที่ร่วมรายการ รับส่วนลดเมื่อจองห้องพักล่วงหน้า ตั๋วกิจกรรม รถเช่า หรืออื่น ๆ อีกเพียบ

ซึ่งหากเราถอยมาอีกนิด แล้วมองภาพกว้าง เราจะเห็นเลยว่า กรุงศรีเองพยายามสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายและครอบคลุม เพื่อให้เกิดเป็น Travel Ecosystem ดีๆ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคได้นั่นเอง จึงไม่แปลกอะไรที่ถ้าพูดถึงญี่ปุ่น คนทั่วไปก็จะนึกถึงกรุงศรีเป็นอันดับต้น ๆ อยู่เสมอ

ซึ่งถ้าถามว่าบริการและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้เหมาะกับใคร ก็คงตอบง่าย ๆ ว่า เหมาะกับคนที่รักความเป็นญี่ปุ่นและเดินทางไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นทุกคน ทั้งคนที่ชอบไปเป็นประจำ หรือคนที่ไปบ้างนาน ๆ ที เอาเป็นว่า ถ้าคิดจะไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่ อย่าลืมคิดถึงกรุงศรีเอาไว้ด้วยนะ เอนจอยทริปได้ แถมสะดวกสบายเรื่องการใช้เงิน เพราะกรุงศรีพร้อมดูแลคุณอยู่แล้ว

#เรื่องญี่ปุ่นต้องกรุงศรี