รวมแอปฯ ลงทุนที่ต้องโหลดติดเครื่อง แอปฯ ไหนมีจุดเด่นอะไร มาดูเลย

  • Year: 2022
  • Project: รวมแอปฯ ลงทุนที่ต้องโหลดติดเครื่อง แอปฯ ไหนมีจุดเด่นอะไร มาดูเลย
  • Client: K Bank Afterklass
  • Business Unit: Brand Partnership

น้อง ๆ รู้กันไหมว่า นอกจากการเรียนรู้ และฝึกนิสัยการออมเงินเป็นประจำแล้ว การแบ่งเงินออมบางส่วนมาต่อยอดเพื่อให้เกิดดอกผลงอกเงย หรือที่บางคนเรียกว่า ‘เงินต่อเงิน’ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเหมือนกัน

โดยเฉพาะในยุคนี้ที่มีข่าวคราวเกี่ยวกับเศรษฐกิจซบเซามากมาย จะทำอย่างไรให้เรามีเงินออมตามเป้าหมายในระยะยาวได้ เพราะขึ้นชื่อว่าการลงทุนแน่นอนว่ามาพร้อมกับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนต้องศึกษา ทำความเข้าใจให้ดีมากที่สุด เพื่อประโยชน์ของตัวเองในการปลดล็อกภาระทางการเงิน มีสภาพคล่องที่ดีไร้กังวลได้

 

📱สำหรับน้อง ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นเป็นมือใหม่หัดลงทุน วันนี้ เรามีแอปพลิเคชันดี ๆ เกี่ยวกับการลงทุนที่ต้องมีติดมือถือไว้เลย แต่ละแอปฯ มีจุดเด่นด้านไหนบ้าง เราจะมาเล่าให้ฟังกัน

1.Investing.com

แอปฯ ลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนและสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ มีการแสดงผลภาพรวมตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกแบบเรียลไทม์ให้เช็กกันได้ทันที มีฟีเจอร์สำหรับปรับแต่งพอร์ตการลงทุน ติดตามข่าวสารการเสนอซื้อ เสนอขายหุ้น สกุลเงิน กองทุน ETF พันธบัตร ทองคำ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ครอบคลุมแบบครบจบในแอปฯ เดียว

👏 นอกจากนี้ Investing.com ยังอัปเดตความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก และมีแจ้งเตือนบอกด้วยว่า ภายในสัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีตัวเลขการเงินใดประกาศออกมาบ้าง เป็นอีกแอปฯ ที่ให้ความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นการลงทุนและมือโปรฯ แล้วก็ด้วย

 

2. Fin – App

แม้ FIN จะไม่ใช่แอปฯ ที่ใช้สำหรับการลงทุนโดยตรง แต่ก็เป็นแอปพลิเคชันที่อาจจะพูดได้ว่า ขาดไม่ได้เลยสำหรับมือใหม่หัดลงทุน เพราะแอปฯ นี้มีเครื่องมือสำหรับบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนในกองทุนรวม จุดเด่นคือการอัปเดตค่า NAV ทุกตอนเย็นในวันทำการ และหากโปรไฟล์การลงทุนของเรามีการเปลี่ยนแปลง หรือค่า NAV ของกองทุนที่เราบันทึกไว้เปลี่ยนแปลง แอปฯ ก็จะมีการแจ้งเตือนอัปเดตข้อมูลทันที

👏 ความดีงามของแอปฯ FIN ที่เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ทำให้มีระยะเวลาการใช้งานฟรีอยู่ 4 เดือน หากต้องการใช้งานต่อจะต้องจ่ายเงินเพื่อ Subscribe รวมถึงยังมีฟังก์ชันบางอย่างสำหรับสมาชิกพรีเมียมเท่านั้นด้วย

 

3. WealthMagik

แอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับติดตามข้อมูลหุ้น กองทุนรวม  พันธบัตร หุ้นกู้ ทั้งหมดในไทย ครบจบในแอปฯ เดียว รวมถึงราคาซื้อ ราคาขาย ผลตอบแทนย้อนหลัง ข้อมูลหุ้นกู้และพันธบัตรออกใหม่ เพื่อช่วยในการตัดสินใจการซื้อขายหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

👏 WealthMagik ยังมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Consolidated Portfolio สำหรับบันทึกพอร์ตรวมทั้งหมด, Market ค้นหาข้อมูลการลงทุน สามารถดูข้อมูล NAV ของกองทุนที่สนใจ พร้อมดูผลตอบแทนกราฟย้อนหลัง, Fund Screener ค้นหากองทุนในหน้าเดียว, Alert แจ้งเตือนเหมือนมีผู้ช่วยลงทุน ทั้งผลตอบแทนในพอร์ต ราคากองทุน และ Rebalance Portfolio เช็กและแนะนำเพื่อปรับพอร์ตตามความต้องการ เหมาะสำหรับคนที่อยากปรับพอร์ต ลดความเสี่ยง เพื่อเป้าหมายทางการเงินระยะยาว

 

4. FINNOMENA 

หลายคนคงรู้จักชื่อของ ‘FINNOMENA’ เป็นอย่างดี เพราะเป็นเพจนำเสนอคอนเทนต์ด้านการเงิน การลงทุน ที่มีเหล่ากูรูตัวจริงมาอัปเดต-วิเคราะห์สถานการณ์ให้ฟังกันทุก ๆ วัน ซึ่งพอทาง Finnomena ทำแอปฯ เกี่ยวกับการลงทุน แน่นอนว่า จุดเด่นจึงเป็นการฟีดบทความที่เขียนและวิเคราะห์โดยกูรูด้านการลงทุนมากถึง 80 คน โดยที่มีการการันตีด้วยว่า จะมีบทความให้อัปเดตกันทุก ๆ เดือน

👏จุดเด่นของแอปพลิชัน FINNOMENA คือการออกแบบพอร์ตตามเป้าหมายที่แต่ละคนต้องการ ทั้งเป้าหมายเก็บออมเพื่อซื้อบ้านหลังแรก ซื้อรถสักคัน หรือสร้างพอร์ตเพื่อเก็บไว้ใช้หลังเกษียณ แอปฯ นี้จะช่วยรวบรวมข้อมูลกองทุนย้อนหลังไปไกลถึง 20 ปี และยังสามารถเช็กข้อมูลหุ้นย้อนหลังได้ไกลสุด 10 ปีได้ด้วย

 

5. K-My Funds

แอปฯ ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินส่วนตัวเรื่องการลงทุน ทำให้เราเห็นกำไร ขาดทุน รู้สถานะพอร์ตชัดเจน ซึ่งจุดเด่นที่แตกต่างจากแอปฯ การลงทุนอื่น ๆ คือชูเรื่องการให้คำแนะนำที่ฟิตพอดีกับตัวคุณ โดย K-My Funds เปรียบเทียบการลงทุนเหมือนกับไซซ์เสื้อผ้า แบ่งความฟิตออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่

  • FIT Line S เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับ 1-2
  • FIT Line M เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับ 3-4
  • FIT Line L เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับ 5-6
  • FIT Line XL เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับ 7-8

👏 K-My Funds จึงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา คอยให้คำแนะนำกับผู้ลงทุน เปรียบเทียบผลตอบแทนกับเส้น FIT Line เพื่อเป็นแนวทางในการลงทุนที่เหมาะสมที่สุดภายใต้ความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ ซึ่งไอเดียทั้ง 4 Line นี้ ได้รับการพัฒนาจากการคาดการณ์โดยอิงจากภาวะเศรษฐกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อประเมินผลตอบแทนและความผันผวนของสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ แล้วนำไปคำนวณหาผลตอบแทนสูงสุดในระดับความผันผวนต่ำที่สุด

 

ที่มา : https://www.afterklass.com/post/detail/6894/